Free Lines Arrow

วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2559



สื่อการสอนวิทยาศาสตร์





โครงงานทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย เรื่อง วัตถุจมน้ำ/ลอยน้ำ

โดยการคุณครูแนะนำและใช้คำถามกระตุ้นให้เด็กเกิดความสนใจและอยากเรียนรู้

จากนั้นแนะนั้นวัสถุชนิดต่างๆ ดังนี้ 
  • หิน
  • ลูกปิงปอง
  • ยางลบ
  • ลูกแก้ว


โดยใช้ตำถามกระตุ้นให้เด็กได้ใช้ประสบการณ์เดิมในการตอบชื่อวัสถุชนิดนั้นๆและให้แรงเสริมเมื่อเด็กตอบ
จากนั้นเริ่มการทดลองโดยให้เด็กๆได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมคือการโยนวัสถุลงในน้ำและสังเกตการเปลี่ยนแปลงว่าวัสถุนั้นจมหรือลอยตัว
จากนั้นจึงสรุปผล


สรุปบทความ  

 โลกของเราดำเนินอยู่ได้อย่างไร ? เด็กปฐมวัยไขคำตอบในวันนักวิทยาศาสตร์น้อย 2556

สสวท. ได้เห็นความสำคัญของการปลูกฝังการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตั้งแต่ระดับปฐมวัยโดยได้ดำเนินโครงการบูรณาการวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีปฐมวัยขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2549 เป็นต้นมาในรูปแบบกิจกรรมบูรณาการสหวิชาให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการสืบเสาะหาความรู้การคิดและลงมือแก้ไขปัญหาด้วยประสบการณ์ตรงอย่างเหมาะสมกับวัยและเป็นปีตามหลักการจัดการศึกษาปฐมวัย
ซึ่งสสวทได้จัดทำกรอบมาตรฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ปฐมวัย หนังสือคู่มือกรอบมาตรฐานเอกสารตัวอย่างการจัดกิจกรรมชุดอุปกรณ์และสื่อบูรณาการวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีปฐมวัย อบรมครูและอื่นๆตามโครงการโดยมีครูตามภูมิภาคต่างๆได้นำแนวทางของสสวท. ไปจัดการเรียนการสอนตามสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ในท้องถิ่น

โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยเป็นโครงการที่พัฒนากิจกรรมสำหรับเด็กระดับปฐมวัยในด้านกระบวนการคิดสร้างพื้นฐานความพร้อมในการพัฒนาต่อยอดไปเป็นนักวิทยาศาสตร์ในอนาคตซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของสสวท. ดังนั้นจึงได้เข้าร่วมโครงการนี้ภายใต้ความร่วมมือกับมูลนิธิสมเด็จพระเทพพระราชราชสุดาฯ สยามบรมมราชกุมารี สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. มหาวิทยาลัยและองค์กรเอกชนต่างๆโดยมีโรงเรียนระดับปฐมวัยที่ได้ใช้แนวทางของโครงการเกินกว่าครึ่งหนึ่งของโรงเรียนทั้งหมดที่จัดการศึกษาปฐมวัยทั่วประเทศ

กิจกรรมในวันนี้ตัวน้อยในสถานที่ต่างๆจะได้ร่วมกันหาคำตอบจากคำถามที่ว่าลูกสาวเราดำเนินอยู่ได้อย่างไรเนื่องจากมนุษย์ตเป็นผู้ใช้ทรัพยากรดิน น้ำอากาศ และพลังงานจึงมุ่งหวังให้เด็กเด็กตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยมองเห็นประโยชน์ของทรัพยากรเหล่านี้จากการทำกิจกรรมมี
6กิจกรรมประกอบด้วย

  • กิจกรรมหวานเย็นชื่นใจ 
  • ความลับของดิน
  •  ถึงร้อนก็อร่อยได้
  •  มหัศจรรย์กังหันลม
  • ว่าวเล่นลม
  •  โมบายเริงลม


กิจกรรมหวานเย็นชื่นใจ

จะทำให้ค้นพบว่าโดยปกติน้ำและน้ำหวานเป็นของเหลวเมื่อนำไปแช่ในน้ำแข็งที่ใส่เกลือซึ่งมีอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียสทำให้น้ำและน้ำหวานมีอุณหภูมิลดต่ำลงจนเปลี่ยนเป็นเกร็ดน้ำแข็ง

กิจกรรมความลับของดิน

เด็กเด็กช่วยกันทดลองเพื่อพิสูจน์ว่าดินมีองค์ประกอบเป็นหินที่ผุพังสลายตัวซากพืชซากสัตว์อากาศและน้ำดังนั้นส่วนที่เป็นของแข็งที่อยู่ในดินจึงมีขนาดแตกต่างกัน เมื่อเทน้ำลงไปอากาศก็จะออกมาจากดินเป็นฟองให้เห็นและจะพบว่าอนุภาคที่มีขนาดใหญ่จะตกตะกอนลงสู่ก้นภาชนะและอนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่าจะค่อยค่อยตกลงมาเนื่องจากแรงดึงดูดของโลกเมื่อการตกตะกอนสิ้นสุดลงจะมองเห็นดินเป็นชั้นๆส่วนซากพืชซากสัตว์ก็จะลอยอยู่บนหน้าของน้ำทำให้เห็นองค์ประกอบของดินด้วย

กิจกรรมถึงร้อนก็อร่อยได้

ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานความร้อนและแสงสว่างของโลกพื้นผิวโลกที่มีลักษณะแตกต่างกันจะดูดกลืนพลังงานความร้อนไว้ได้ต่างกันซึ่งจะพบจากการสัมผัสแผ่นกระเบื้องสีดำและสีขาวที่วางไว้กลางแจ้งเมื่อเด็กเด็กขึ้นไปเหยียบบนแผ่นกระเบื้องสีดำจะรู้สึกร้อนกว่าเนอะสีดำดูดกลืนพลังงานความร้อนไว้มากกว่ากินถ่ายโอนความร้อนมายังเท้าของเรามากกว่านอกจากนี้ในชีวิตประจำวันเรายังใช้ประโยชน์จากพลังงานความร้อนได้อย่างมากมายโดยในกิจกรรมนี้ได้ว่าความร้อนทำให้หลอมยึดติดกับขนมปัง

กิจกรรมมหัศจรรย์กังหันลม

พลังงานจากลมเป็นพลังงานสะอาดจากธรรมชาติซึ่งมีประโยชน์ต่อมนุษย์มากมายกิจกรรมนี้จะช่วยให้เข้าใจว่าพลังงานจากลมทำให้กังหันหมุนได้ซึ่งสามารถที่จะใช้พลังงานจากการหมุนต่อยอดไปทำประโยชน์อื่นเช่นการผลิตกระแสไฟฟ้าการยกของ

กิจกรรมว่าวเล่นลม

อากาศมีแรงกระทำต่อวัตถุจากสมบัติดังกล่าวสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ในกิจการที่รู้จักกันดีคือการเล่นว่าวแรงกระทำของอากาศจะช่วยให้ ว่าว ลอยอยู่ในอากาศได้ และรูปร่างตลอดจนหางว่าวก็มีส่วนช่วยให้ ว่าว สมดุลย์อยู่ในอากาศ

กิจกรรมโมบายเริงลม

พลังงานจากลมช่วยให้สิ่งของต่างๆเกิดการเคลื่อนที่ในกิจกรรมนี้เมื่อเด็กเด็กทำโมบายที่สวยงามแล้วนำไปแขวนในที่ที่มีลมพัดโมบายก็จากพื้นที่และเกิดเสียงที่ไพเราะนอกจากนี้ในการทำโมบายจะเข้าใจหลักการสมดุลย์ของแรง

กิจกรรมที่เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้ทั้งหมดเน้นการสร้างประสบการณ์เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวเพื่อเริ่มต้นทำความเข้าใจเกี่ยวกับโลกเราอาศัยกิจกรรมที่นำไปสู่การค้นพบคำตอบเกี่ยวกับดินน้ำอากาศและไฟจากการทดลองค้นคว้าง่ายง่ายตามศักยภาพของเด็กโดยกระตุ้นการเรียนรู้จากการตั้งคำถามและร่วมกันค้นหาคำตอบไปพร้อมพร้อมกัน



สรุปวิจัย



เรื่องการพัฒนาแผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้แบบบูรณาการหน่วยธรรมชาติรอบตัวเรื่องฝนชุ่มฉ่ำชั้นอนุบาลปีที่สองโดยใช้เทคนิคtgt

การศึกษาค้นคว้าอิสระของยุทัยทิพย์. ชาครนิธิพงศ์

เสนอต่อมหาวิทยาลัยมหาสารคามเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาการศึกษามหาบัณฑิตสาขาวิชาหลักสูตรและการสอน 


ลิขสิทธิ์เป็นของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม


ความมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า
เพื่อพัฒนาแผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้แบบบูรณาการหน่วยธรรมชาติรอบตัวเรื่องฝนชุ่มฉ่ำชั้นอนุบาลปีที่สองโดยใช้เทคนิคtgtที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80
เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิภาพของแผนจัดประสบการณ์เรียนรู้แบบบูรณาการโดยธรรมชาติรอบตัวเรื่องฝนชุ่มฉ่ำชั้นอนุบาลปีที่สองโดยใช้เทคนิคtgt
เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดประสบการณ์เรียนรู้แบบบูรณาการหน่วยธรรมชาติรอบตัวเรื่องฝนชุ่มฉ่ำชั้นอนุบาลปีที่สองโดยใช้เทคนิคtgt

ความสำคัญของการศึกษาค้นคว้า
ได้แผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้แบบบูรณาการโดยธรรมชาติรอบตัวเรื่องฝนชุ่มฉ่ำชั้นอนุบาลปีที่สองโดยใช้เทคนิคtgtที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80 80 เพื่อนำไปจัดประสบการณ์เพื่อนำไปจัดประสบการณ์ให้สอดคล้องกับพัฒนาการและความต้องการความสนใจของผู้เรียน

ได้แนวทางสำหรับผู้สอนและผู้สนใจในการสร้างแผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้ชั้นอนุบาลให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า
วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า
1.ประชากรกลุ่มตัวอย่าง
ได้แก่นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่สองภาคเรียนที่หนึ่งปีการศึกษา 2549 กลุ่มโรงเรียนห้วยแถลงอำเภอห้วยแถลงสำนักงานเขตที่การศึกษานครราชสีมาจำนวน 120 คน

2.กลุ่มตัวอย่างได้แก่เรียนชั้นอนุบาลปีที่สองโรงเรียนบ้านแสนสุขตำบลห้วยแถลงอำเภอห้วยแถลงสังกัดเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา จำนวน 24คนซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (purposive samlping)

3.เนื้อหาสาระที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าได้แก่เนื้อหาในหน่วยธรรมชาติรอบตัวเรื่องฝนชุ่มฉ่ำชั้นอนุบาลปีที่สองมีทั้งหมด 10 แผน

  • แผนที่หนึ่งการเกิดฝน
  • แผนที่สองปรากฏการณ์ธรรมชาติแผ
  • นที่สามสัตว์ที่พบมากในฤดูฝน
  • แผนที่สี่ประโยชน์ของฝน
  • แผนที่ห้าโทษของฝน
  • แผนที่หกการปฏิบัติตนในฤดูฝน
  • แผนที่เจ็ดโรคที่เกิดในฤดูฝน
  • แผนที่แปดการทำนาปลูกข้าว 
  • แผนที่เก้าวันเข้าพรรษา
  • แผนที่สิบการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม


4.ระยะเวลาในการศึกษาค้นคว้าได้แก่ภาคเรียนที่หนึ่งปีการศึกษา 2549 ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2549 ถึง 30 กันยายน 2549

วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า

ประชากรกลุ่มตัวอย่าง
ได้แก่นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่สองภาคเรียนที่หนึ่งปีการศึกษา 2549 กลุ่มโรงเรียนห้วยแถลงอำเภอห้วยแถลงสำนักงานเขตที่การศึกษานครราชสีมาจำนวน 120 คน
กลุ่มตัวอย่าง
ได้แก่เรียนชั้นอนุบาลปีที่สองโรงเรียนบ้านแสนสุขตำบลห้วยแถลงอำเภอห้วยแถลงสังกัดเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา จำนวน 24คนซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (purposive samlping)


เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า
มีสามชนิดคือ

  • แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบบูรณาการหน่วยธรรมชาติรอบตัว เรื่องฝนชุ่มฉ่ำชั้นอนุบาลปีที่สองโดยใช้เทคนิคทีจีทีจำนวน 10 แผนเวลา 10 ชั่วโมง

  • แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหน่วยธรรมชาติรอบตัวเรื่องฝนชุ่มฉ่ำชั้นอนุบาลปีที่สองโดยใช้เทคนิคทีจีทีจำนวน 20 ข้อ

  • แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดประสบการณ์เรียนรู้แบบบูรณาการหน่วยธรรมชาติรอบตัวเรื่องฝนชุ่มฉ่ำชั้นอนุบาลปีที่สองโดยใช้เทคนิคทีจีทีจำนวน 10 ข้อ

ขั้นตอนดำเนินการศึกษาค้นคว้า
1.ทดสอบก่อนเรียนด้วยแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยธรรมชาติรอบตัวเรื่องฝนชุ่มฉ่ำจำนวน 20 ข้อดำเนินการโดยผู้ศึกษาค้นคว้าเป็นผู้อ่านคำสั่งและคำถามของแบบทดสอบให้นักเรียนฟัง
2.ดำเนินการสอนโดยใช้แผนจัดประสบการณ์เรียนรู้แบบบูรณาการโดยธรรมชาติรอบตัวเรื่องฝนชุ่มฉ่ำโดยใช้เทคนิคทีจีทีที่ผู้ศึกษาค้นคว้าพัฒนาขึ้นสำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่สองจำนวน 10 แผนโดยมีวิธีการและขั้นตอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ดังนี้

ขั้นที่หนึ่งแบ่งกลุ่มนักเรียนคละความสามารถ เก่งกลางอ่อน

ขั้นที่สองผู้นำเสนอความรู้ใหม่แก่นักเรียนนำเสนอด้วยสื่อที่น่าสนใจทั้งชั้นเรียน

ขั้นที่สามนักเรียนร่วมกันศึกษาทบทวนความรู้ร่วมกันโดยจับคู่ฝึกถามตอบจากแบบฝึกทักษะ เพื่อเตรียมตัวเข้าแข่งขัน
ที่สี่ส่งตัวแทนของแต่ละกลุ่มออกมาแข่งขันหน้าชั้นเรียนที่รักกลุ่มมาความสามารถโดยแยกเป็นสีเขียวคือเก่งสีเหลืองคือปานกลางสีชมพูคือปานกลางและสีแดงคืออ่อนให้คะแนนตามกติกาการแข่งขัน  

ขั้นที่ห้ารวมคะแนนของแต่ละกลุ่มที่ออกมาแข่งขันเสนอผลการแข่งขันและชมเชยให้รางวัล
สามทดสอบหลังเรียนโดยใช้แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน. เช่นเดิมและปฏิบัติเช่นเดียวกับการสอบก่อนเรียนและวัดความพึงพอใจในการเรียนรู้ที่มีต่อการจัดประสบการณ์เรียนรู้แบบบูรณาการหน่วยธรรมชาติรอบตัวเรื่องฝนชุ่มฉ่ำโดยใช้เทคนิคทีจีที

ผลการใช้แผนการจัดประสบการณ์เรียนรู้แบบบูรณาการหน่วยธรรมชาติรอบตัวเรื่องฝนชุ่มฉ่ำกันอนุบาลปีที่สองโดยใช้เทคนิคทีจีทีที่ผู้ศึกษาค้นคว้าสร้างขึ้นปรากฏดังนี้

  • มีประสิทธิภาพ 86 . 94 / 83 . 12 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้
  • ดัชนีสิทธิผลของแผนมีค่าเท่ากับ0.7137ซึ่งหมายถึงนักเรียนมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้นหลังจากเรียนด้วยแผนจัดประสบการณ์เรียนรู้แบบบูรณาการหน่วยธรรมชาติรอบตัว เรื่องฝนชุ่มฉ่ำโดยใช้เทคนิคทีจีทีคิดเป็นร้อยละ 71 . 37
  • ความพึงพอใจต่อการจัดประสบการณ์เรียนรู้อยู่ในระดับมาก



วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนครั้งที่ 11
วันที่ 18 ตุลาคม 2559

เนื้อหาที่เรียน
นำเสนอของเล่นวิทยาศาสตร์ของแต่ละกลุ่มที่สามารถนำไปจัดวางมุมต่างๆได้
เช่นไข่มหัศจรรย์ แม่เหล็กเต้นระบำ  วงจรของโลก  ระบบสุริยจักรวาล  จานหรรษา  ผีเสื้อเลิงระบำนาฬิกาธรรมชาติ  ภาพใต้น้ำ  และทวินเพลน


วัสดุอุปกรณ์

  1. ลวดหนึ่งขด
  2. ถ่านไฟฉายขนาดใหญ่ที่ไม่ใช้แล้วหรือวัสดุอื่นๆที่สามารถนำมาทำฐานได้
  3. รูปเครื่องบินจำนวนสองรูป
  4. กาว
  5. กรรไกร


ขั้นตอนการทำ

ดัดลวดให้เป็นสปริงดังรูป


ความยาวขอวลวดแล้วแต่ความต้องการ




จากนั้นนำลวดที่ขวดไว้ไปใส่ฐานและตกแต่งให้สวยงาม



ขั้นตอนต่อมาดัดลวดให้เป็นแบบดังภาพและติดรูปเครื่องบินลงไปทั้ง 2ฝั่งของลวด




วิธีการเล่น

นำลวดเครื่องบินมาวางบนลวดสปริง แล้วปล่อยจากนั้นลวดเครื่องบินจะร่อนลง


หลักการทางวิทยาศาสตร์
แรงเสียดทาน

บูรณาการ
คณิตศาสตร์  จำนวนของเครื่องบิน
ภาษา













การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์โดยใช้แนวคิด STEM
หลักการเลือกหัวข้อ
  • เรื่องที่ใกล้ตัวเด็กหรือเรื่องที่เด็กสนใจใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน.  
  • เรื่องที่ส่งผลกระทบต่อตัวเด็ก

นำหัวข้อเรื่องมาแต่องค์ความรู้โดยประกอบด้วย
  • ชื่อเรียก สายพันธุ์ ประเภท
  • ลักษณะเช่น ส่วนประกอบ ขนาด
  • การดูแลรักษา การดำรงชีวิต  การเจริญเติบโต
  • การถนอมอาหารการแปรรูป
  • ประโยชน์    1 ต่อตนเอง   2เชิงพาณิชย์
  • ข้อควรระวัง


เครื่องมือในการเรียนรู้

  • ภาษา  
    • ฟัง  พูด  อ่าน  เขียน
  • คณิตสาสตร


กรอบมาตรฐานวิทยาศาสตร์ปฐมวัย  8สาระ


สาระที่ 1 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต สาระเกี่ยวกับพืช  ได้แก่  พืช  เรื่องที่นำมาเรียนได้แก่  ต้นไม้  ดอกไม้  ผลไม้  การปลูกพืช  การใช้ประโยชน์จากพืช
สาระที่ 2 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม สาระเกี่ยวกับสัตว์  ได้แก่  ประเภทของสัตว์  สวนสัตว์  การเลี้ยงสัตว์
สาระที่ 3 สารและสมบัติของสาร สาระเกี่ยวกับฟิสิกส์  เช่น  การจม  การลอย  ความร้อน  ความเย็น
สาระที่ 4 แรงและการเคลื่อนที่ 
สาระที่ 5 พลังงาน 
สาระที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก
สาระที่ 7ดาราศาสตร์และอวกาศ   ได้แก่  ดวงอาทิตย์  ดวงจันทร์  ดาว  ฤดูกาล
 สาระที่ 8 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

วิธีการทางวิทยาศาสตร์

  •  การตั้งขอบข่ายปัญหา
  • การตั้งสมมติฐาน
  • การทดลองใช้การสังเกตเป็นการรวบรวมข้อมูล
  • วิเคราะ์สรุปอภิปราย


ต้องคำนึงถึงเจตคติทางวิทยาศาสตร์

  • ความอยากรู้อยากเห็นทำให้เกิดข้อสงสัยหรือปัญหา
  • ความเพียรพยายาม
  • ความรอบคอบ
  • มีความซื่อสัตย์
  • การมีเหตุยอมรับตามเหตุ
  • ใจกว้าง



การประยุกต์และการนำไปใช้Knowledge application
ของเล่นควรทำมาจากวัสดุเหลือใช้จะได้เห็นคุณค่าของสิ่งของ
การจัดกิจกรรมนั้นควรสอดคล้องกับสาระการเรียนรู้ของกลุ่มวิชาต่างๆที่บูรณาการ

ประเมินอาจารย์ Teacher
อาจารย์สอนอย่างสนุกสนานและได้ทักษะกระบวนการคิด

ประเมินตนเอง my self
ใช้ความคิดและคิดตามอาจารย์ดี

ประเมินเพื่อน my friend
เพื่อนๆตั้งใจเรียนดี

บันทึกการเรียนครั้งที่ 13
วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559


เนื้อหาที่เรียน
นำเสนอวีดีโอสื่อการสอนของเล่นวิทยาศาสตร์


ของเล่น พลังปริศนา



และผลงานของเพื่อนกลุ่มอื่น


รถหลอดด้าย   



ขวดบ้าพลัง



ลูกข่างนักสืบ



หลักการทำสื่อวิดีโอ

  • การแนะนำอุปกรณ์ควรมีตัวหนังสือบอกจำนวนอุปกรณ์เช่นสายยางหนึ่งเส้นเป็นการบูรณาการวิชาคณิตศาสตร์และต้องมีตัวหนังสือเขียนอธิบายทุกขั้นตอนตัวหนังสือนั้นควรเป็นตัวอักษรที่เป็นทางการและเมื่อจบการประดิษฐ์ควรมีผังกราฟฟิคของขั้นตอนการทำเพื่อเป็นการทบทวนขั้นตอนการประดิษฐ์ในวิดีโอนั้นไม่ควรบอกวิธีการเล่นแต่คนนำมาเชื่อมโยงในห้องเรียนให้เด็กได้คิดและสังเกตหาวิธีการเล่นเอง



ต่อมาเป็นการบูรณาการการเรียนการสอนในหน่วยไก่

คณิตศาสตร์ ประกอบไปด้วย6 มาตรฐาน ดังนี้
    • สาระที่หนึ่ง               จำนวนและการดำเนินการ
    • สาระที่สอง               การวัด
    • สาระที่สาม               เรขาคณิต
    • สาระที่สี่                   พีชคณิต
    • สาระที่ห้า                 การวิเคราะห์ข้อมูลและความน่าจะเป็น
    • สาระที่หก                ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์

วิทยาศาสตร์
ทักษะทางวิทยาศาสตร์ประกอบด้วย 13 ทักษะ 
    • ทักษะที่ 1 ทักษะการสังเกต (Observation) 
    • ทักษะที่ 2 ทักษะการวัด (Measurement) 
    • ทักษะที่ 3 ทักษะการจำแนกประเภท (Classification) 
    • ทักษะที่ 4 การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปสและสเปสกับเวลา (Spacs / Spacs Reation and Space /Time Relation) 
    • ทักษะที่ 5 การคำนวน (Using Number) 
    • ทักษะที่ 6 การจัดทำและสื่อความหมายข้อมูล (Organizing Data and Communication) 
    • ทักษะที่ 7 การลงความคิดเห็นจากข้อมูล (Inferring) 
    • ทักษะที่ 8 การพยากรณ์ (Prediction) 
    • ทักษะที่ 9 การตั้งสมมติฐาน (Formulating Hypothesis) 
    • ทักษะที่ 10 การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ (Defining Operation) 
    • ทักษะที่ 11 การกำหนดและควบคุมตัวแปร (Identifying and Controlling Variables) 
    • ทักษะที่ 12 การทดลอง (Experiment) 
    • ทักษะที่ 13 การตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป (Interperting Data and Making) 

กรอบมาตรฐานวิทยาศาสตร์ปฐมวัย  8สาระ
    • สาระที่ 1 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต สาระเกี่ยวกับพืช  ได้แก่  พืช  เรื่องที่นำมาเรียนได้แก่  ต้นไม้  ดอกไม้  ผลไม้  การปลูกพืช  การใช้ประโยชน์จากพืช
    • สาระที่ 2 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม สาระเกี่ยวกับสัตว์  ได้แก่  ประเภทของสัตว์  สวนสัตว์  การเลี้ยงสัตว์
    • สาระที่ 3 สารและสมบัติของสาร สาระเกี่ยวกับฟิสิกส์  เช่น  การจม  การลอย  ความร้อน  ความเย็น
    • สาระที่ 4 แรงและการเคลื่อนที่ 
    • สาระที่ 5 พลังงาน 
    • สาระที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก
    • สาระที่ 7ดาราศาสตร์และอวกาศ   ได้แก่  ดวงอาทิตย์  ดวงจันทร์  ดาว  ฤดูกาล
    •  สาระที่ 8 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

กระบวนการทางวิทยาศาสตร์

    • ขั้นที่หนึ่งกำหนดขอบข่ายของปัญหา
    • ขั้นที่สองตั้งสมมติฐาน
    • ขั้นที่สามทดลองและเก็บข้อมูล
    • ขั้นที่สี่วิเคราะห์ข้อมูลขั้นที่ห้าสรุปผลคำตอบสมมุติฐาน
ศิลปะวาด
    • ภาพระบายสี
    • การปั้น
    • การฉีกตัดแปะ
    • การประดิษฐ์
    • การพิมพ์ภาพ
    • การเล่นกับสี

สังคม
    • การอยู่ร่วมกับผู้อื่นแบ่งออกเป็นงานกลุ่มและงานคู่
    • การช่วยเหลือตนเองแบ่งออกเป็นงานเดียว

การบูรณาการผ่าน 6 กิจกรรมหลักโดยใช้ผังความคิด

กิจกรรมหลัก 6 กิจกรรมของเด็กปฐมวัยมีดังนี้
1. กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ
2. กิจกรรมสร้างสรรค์ 
3. กิจกรรมเสรี 
4. กิจกรรมเสริมประสบการณ์
5. กิจกรรมกลางแจ้ง 
6. กิจกรรมเกมการศึกษา


การประยุกต์และการนำไปใช้Knowledge application
การจัดกิจกรรมนั้นควรสอดคล้องกับสาระการเรียนรู้ของกลุ่มวิชาต่างๆที่บูรณาการ

ประเมินอาจารย์ Teacher
อาจารย์ให้ความรู้และกระตุ้นให้นักศึกษาได้ใช้ความคิดเสมอ

ประเมินตนเอง my self
วันนี้สนุกสนานและไดความรู้มาก

ประเมินเพื่อน my friend
เพื่อนๆช่วยกันทำงานกลุ่มเป็นอย่างดี
บันทึกการเรียนครั้งที่ 14
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559

วันนี้ได้เป็นตัวแทนของสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัยเพื่อสาธิตการเรียนการสอนเคลื่อนไหวและจังหวะให้แก่คณะศึกษาดูงานจากประเทศออสเตรีย

หน่วยผีเสื้อ







บันทึกการเรียนครั้งที่ 12
วันที่ 25 ตุลาคม 2559


เนื้อหาที่เรียน

mild mapping
แผนผังความคิดแตกองค์ความรู้

จากที่ทุกกลุ่มได้นำกลับไปแก้ไขเพิ่มเติมแล้วนั้นก็จะได้ mild mapping ดังต่อไปนี้

กลุ่มของดิฉัน หน่วยไก่ chicken



milk



rice



orange



banana




mild mapping ไก่ รายบุคคลของดิฉัน


หลักการเขียน mild mypping

  1. เรียงลำดับตามเข็มนาฬิกา จากด้านบนขวาวนไปทางซ้าย และควรจัดให้เกิดความสมดุล
  2. ใช้วิธีเขียนเนื้อหาความรู้จากหัวข้อหลักหัวข้อรองและหัวข้อย่อยตามลำดับ
  3. สามารถตกแต่งและใส่รูปภาพ

การวิเคราะห์เชื้อกรอบมาตรฐานวิทยาศาสตร์มี 8 สาระ
สาระที่1 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต  = หน่วยไก่สามารถสอนได้
สาระที่2 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม = หน่วยน้ำที่สามารถสอนได้
สาระที่3 สารและสมบัติของสาร = หน่วยนม ส้ม ไก่ ข้าว กล้วยสามารถสอนได้
สาระที่4 แรงและการเคลื่อนที่ = หน่วยนมส้มน้ำสามารถสอนได้
สาระที่5 พลังงาน = หน่วยข้าวสามารถสอนได้
สาระที่6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก = เรื่องที่สามารถสอนได้ก็จะเป็นฤดูกาล หรือปรากฎการณ์ต่างๆ
สาระที่7 ดาราศาสตร์และอวกาศ = เรื่องที่สามารถสอนได้ก็จะเป็นเรื่องจรวดเรื่องดวงจันทร์และพระอาทิตย์
สาระที่8 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี = สามารถสอนเกี่ยวกับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์



ต้องดูตัวบ่งชี้ในแต่ละสาระเพื่อเชื่อมโยงเรื่องที่จะสอนเข้าด้วยกันโดยให้สอดคล้องและสามารถนำมาจัดกิจกรรมให้เด็กได้รับประสบการณ์ตามมาตรฐาน

การประยุกต์และการนำไปใช้Knowledge application

ประเมินอาจารย์ Teacher
อจารย์ให้ความรู้อย่างละเอียดและให้นักศึกษาได้คิดระดมสมอง

ประเมินตนเอง my self
วันนี้สนุกสนานและไดความรู้มาก

ประเมินเพื่อน my friend
เพื่อนๆตั้ตั้งใจเรียนและฟังคำแนะนำจากอาจารย์